| ฉากหลังเรื่องทองแดง
วางแผงเพียงไม่กี่วัน
หนังสือการ์ตูน 'เรื่องทองแดง' พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ก็ขึ้นอันดับหนังสือขายดี ชนิดมียอดจองหลายแสนเล่ม แต่กว่าจะมาเป็นหนังสือการ์ตูนภาพแสนสวยนี้ได้
ไม่ใช่เรื่องง่าย ยุวดี มณีกุล เก็บภาพบรรยากาศอันแสนอบอุ่น และครื้นเครงในช่วงเวลาทำงาน
ของคณะนักเขียนการ์ตูน ซึ่งแต่ละคนถอดหัวใจ ให้กับทุกลายเส้นทุกแต้มสีเพื่อเนรมิตคุณทองแดงและผองเพื่อน
ถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสียงกระเซ้าเย้าแหย่และเสียงหัวเราะเริงใจของเหล่าชายหนุ่ม
ดังลอดมาจากห้องทำงานขนาดกะทัดรัด ภายในอาคารบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง
แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ละแวกตลิ่งชัน ที่ซึ่งคณะนักเขียนการ์ตูนชื่อดังและศิลปินอารมณ์ดีของเมืองไทย
5 คน ใช้ทำงานชิ้นสำคัญของพวกเขา
นั่นคือ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ 'เรื่องทองแดง'
เป็นที่ทราบกันดีว่า พระราชนิพนธ์ทองแดงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
เป็นหนังสือเกี่ยวกับบรรดาสุนัขในวัง โดยมีตัวเอก คือ สุนัขเชื้อสายพันธุ์บาเซนจิ
ที่ชื่อทองแดง พระองค์ทรงถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันต่อทองแดงและผองเพื่อนจนตรึงใจนักอ่านทั่วประเทศ
ถึงขนาดขึ้นแท่นหนังสือขายดีอันดับหนึ่งติดต่อกันอย่างยาวนานเมื่อปลายปีก่อน
ครั้นพระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะสร้างทองแดงในฉบับการ์ตูน
เพื่อให้นักอ่านรุ่นเยาว์ได้ร่วมสัมผัสโลกของทองแดงไปด้วยกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงคัดเลือกศิลปินด้วยพระองค์เอง เริ่มต้นที่ พิษณุ ศุภนิมิตร อาจารย์คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์
มหาวิทยาลัยศิลปากร ในฐานะที่ปรึกษาโครงการและออกแบบศิลป์ และ ชัย
ราชวัตร นักเขียนการ์ตูนมือหนึ่ง ในฐานะหัวหน้าช่างเขียน
จากนั้นทั้งคู่จึงหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีก
3 คน ได้แก่ โอม รัชเวทย์ สละ นาคบำรุง และ ทิววัฒน์ ภัทรกุลวณิชย์
(หมอ)
เป็นเวลากว่า 9 เดือนที่คนทั้งห้าร่วมหัวจมท้ายทำงานอันทรงเกียรตินี้ด้วยกัน
ทุกคนพูดตรงกันว่ามันเป็นช่วงเวลามีค่าที่ไม่อาจลืมเลือน
และนี่คือคำบอกเล่าเคล้าเสียงหัวเราะของพวกเขาระหว่างทำงาน
ในเย็นย่ำวันหนึ่ง
.......................................................................
เริ่มต้นการทำงานยังไงคะ
พิษณุ : เอ พวกเราเริ่มเขียนสตอรี่บอร์ดกันเมื่อไหร่นะ
หมอจำได้มั้ย
หมอ : ประมาณปลายเดือนมกราคมครับ
พิษณุ : อืม ใช่ๆ เราใช้เวลาประมาณ
1 เดือนในการเขียนสตอรี่บอร์ดแล้วส่งให้ในหลวงทอดพระเนตร ยังจำได้เลยว่าพระองค์ทรงส่งกลับมาเร็วมาก
คือ เราถวายวันศุกร์ พอวันจันทร์ก็ได้งานคืนแล้ว แสดงว่า ทรงสนพระทัยมากจริงๆ
ชัย : ท่านไม่ได้ทรงแก้ไขอะไรมากนัก
มีติงรายละเอียดของสุนัขแต่ละตัวบ้าง
พิษณุ : วิธีการทำงานของพวกเรา เริ่มจากร่างเป็นภาพลายเส้นก่อน
เวลาลงสีจะได้ไม่ต้องแก้ แล้วถึงเอาลายเส้นไปเข้าแท่นพิมพ์ พิมพ์ลงบนกระดาษสีน้ำ
4 ชุด เอ บี ซี ดี สำหรับแก้ไขไม่ต้องไปลบต้นฉบับใหม่ จากนั้นเราส่งต้นฉบับขาวดำให้พระองค์ทอดพระเนตร
ฉบับนี้จะมีตัวหนังสือด้วย เพื่อทรงพิจารณาว่าภาพกับเนื้อหาสัมพันธ์กันมั้ย
ตัวหนังสือใช้ฟอนท์ลายมือของคุณชัย ราชวัตร
ฟอนท์ลายมือนี้คุณชัยเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เองหรือคะ
ชัย : เป็นเจ้าของ แต่เวลาใครต่อใครเอาไปใช้ไม่เห็นเคยได้ค่าลิขสิทธิ์เลยนะ
(ฮาครืน)
พิษณุ : ตอนทำพระมหาชนกฉบับการ์ตูนต้องเขียนสดทั้งเล่มน่ะ
คราวนี้เลยใช้ฟอนท์ พอพระองค์ท่านทรงส่งคืน เราก็มาทำงานขั้นสุดท้าย
คือ ระบายสี เราใช้สีน้ำ ขั้นตอนนี้เริ่มประมาณปลายเดือนเมษายน ตอนแรกเรากะว่าต้องเสร็จเดือนมิถุนายน
แล้วออกกรกฎาคม แต่ไม่ทัน พวกเราเลยขอเลื่อน จริงๆ ไม่ควรขอเลื่อนนะ
นี่ก็ยังรู้สึกผิดอยู่ งานนี้นักเขียนต้องค้นคว้าหนังสือเยอะมาก
ผมไม่ได้ทำอะไรเลย มานั่งดูเขาเฉยๆ (หัวเราะ)
ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ พึงพอใจผลงานนี้แค่ไหน
พิษณุ : ผมบอกได้ว่าในแง่ความเป็นการ์ตูนไม่พึงพอใจเต็มร้อย
เพราะเราพัฒนาบุคลิกตัวละคร หรือสุนัขแต่ละตัวไม่ได้ ซึ่งหนังสือการ์ตูนที่เขียนแบบการ์ตูนมาแต่ต้นจะทำได้
ทีนี้ผมพึงพอใจในแง่ผลสำเร็จที่แปลงมาอีกอย่างหนึ่ง เป็นงานภาพประกอบที่ดี
แต่ละชิ้นเป็นเพนติ้งที่สวยมาก คิดว่าเสร็จงานแล้วน่าจะเข้ากรอบจัดแสดงนิทรรศการต่อ
แต่ละคนก็มีงานประจำ ใช้เวลาไหนมาทำงานนี้ด้วยกันคะ
ชัย : เราจะมาเจอกัน ทำงานพร้อมหน้ากันอาทิตย์ละ
3 วัน อังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ ช่วงบ่ายๆ ถึงค่ำ แล้วก็หอบงานไปทำที่บ้านด้วย
จริงๆ ที่นี่ไม่ใช่ห้องทำงานแรก แรกสุดเราไปเช่าแมนชั่นใกล้ๆ ห้างแถวปิ่นเกล้า
ตรงนั้นวิวดี เพราะห้องอยู่ชั้นสูง พอเสร็จงานก็ลงมาเดินเล่นห้างบ้าง
หรือต้องซื้ออุปกรณ์ก็ลงมาซื้อที่ห้างสะดวกดี จากนั้นก็ย้ายมาที่อัมรินทร์
แต่ห้องทำงานก่อนหน้านี้ไม่เวิร์กเลย ในที่สุดก็ย้ายมาห้องนี้
แบ่งงานกันยังไงคะ
พิษณุ : ส่วนใหญ่ถ้าเป็นตัวเอก คือ
ทองแดง คุณชัยเหมาทั้งหมด กับรูปที่มีฟิกเกอร์เยอะๆ ส่วนทิวทัศน์จะเป็นคุณโอมกับคุณหมอ
เห็นต้นไม้เห็นทะเลอะไรพวกนี้ ส่วนสละจะเขียนภายในท้องพระโรง แล้วคุณชัยจะเป็นตัวตบคนสุดท้ายให้เนียนให้กลมกลืนกัน
โดยให้พู่กันไปด้วยกันได้ ก็ยากเหมือนกันนะ ปกติคนทำงานศิลปะจะให้ทำอย่างนี้ไม่ทำหรอกนะ
อาร์ตติสท์จะไม่ยอมให้ใครมาแก้งาน ก็เป็นการฝึกลดอัตตา
หมอ : รูปยากๆ นี่วาดกันเป็นวันได้แค่ภาพเดียว
บางวันวาดได้ 3-4 ภาพ เช่น หมาบาเซนจิเฝ้ากษัตริย์ฟาโรห์ ภาพนี้เหมือนไม่ยากแต่ยากมาก
เพราะต้องสร้างความรู้สึกขรึมขลังด้วย ต้องแก้หลายหน บางรูปเขียนเสร็จแล้วมาดูอีกที
คนเขียนไม่ชอบขอแก้ใหม่ ทั้งที่คนอื่นๆ ก็ว่าดีแล้ว ผมคิดว่ามีเรื่องประหลาดมากอยู่อย่าง
คือ ทุกคนที่ทำงานนี้รักหมาหมดเลย แถมส่วนสูงของพวกเรายังไล่เลี่ยกันอีก
(ฮา)
ชัย : ผมว่ามีประหลาดกว่านั้นอีกนะ
คือ พวกเรารักหมา แต่ใครถูกด่าว่าหมา โกรธนะ (ฮา)
ชัย : ทีมเราคุยกันได้ มีแซว หยอกล้อกันได้
ทำงานไปนั่งคุยกันไป รู้นิสัยใจคอกัน สิ่งหนึ่งที่สำเร็จ คือ พวกเราไม่มีอัตตา
ทำงานไปเล่าโจ๊กไป บางทีมีคนอื่นแวะมาเยี่ยมก็สนุก
สละ : ผมร่างลายเส้นทั่วไป ส่วนสุนัขตัวอื่นๆ
พี่โอมดูแลทั้งหมด
โอม : เราทั้งหมดได้ไปดูสถานที่จริง
ไปสังเกตสุนัขแต่ละตัว ซึ่งจะมีรายละเอียดเยอะมาก สรีระแต่ละตัวต่างกัน
กระดูกกล้ามเนื้อเป็นยังไง แล้วก็ต้องหาหนังสือประกอบ ลูกๆ ทองแดงก็ต้องศึกษาหมด
ความที่พวกเรารักหมาเลยเขียนอย่างมีความสุข ข้อยากคือ เราต้องใส่อารมณ์เข้าไปในตัวสุนัข
ไม่อย่างนั้นจะเหมือนสุนัขทั่วไป ไม่มีอารมณ์ความรู้สึก แต่นี่เราเข้าไปถ่ายรูปเขาเน้นอารมณ์บนใบหน้า
หรือไม่ก็เน้นลีลาท่าทาง เพื่อให้เกิดความเคลื่อนไหว
พวกเราเตรียมความพร้อมค่อนข้างสมบูรณ์
แต่เวลาเขียนกังวลว่าเราจะเข้าถึงอารมณ์พวกสุนัขได้หมดมั้ย เพราะเราจะไม่ใช่เจ้าของ
คนเลี้ยงสุนัขย่อมรู้ดีว่าสุนัขของตัวมีนิสัยท่าทางยังไง เรียกว่า
พวกเราต้องใช้การตีความพระราชนิพนธ์เป็นหลัก พยายามทำความเข้าใจอารมณ์และนิสัยของสุนัขแต่ละตัวจากหนังสือ
หลังๆ ก็ไม่กังวลแล้วครับ เพราะตลอดเวลาการทำงานพี่ชัยจะมีเรื่องเล่าขำขันตลอด
มีแบบแผนการวาดมั้ยคะ
ชัย : ไม่หรอกครับ บางรูปเลือกทำแบ็กกราวนด์ก่อน
บางรูปลงฟิกเกอร์ก่อน
หมอ : ต้องโทษพี่โอมกับพี่สละนะ แกขยันทำร่างรอบแรกไว้ถึง
172 หน้า บางหน้ามีรูปอย่างเดียว 7-8 หน้า ไม่มีเนื้อหาเลย
โอม/สละ : อ้าว (พร้อมกัน)
ชัย : เช่น ฉากแอฟริกา เราคิดว่าเพื่อให้เด็กๆ
ดูสนุก ก็ร่างภาพต่อเนื่อง จริงๆ เนื้อหานี้พระองค์ท่านทรงเขียนไว้
2 บรรทัด แต่เราสร้างแอ็คชั่นมาหลายๆ หน้า เลยว่าสุนัขพันธุ์บาเซนจิเป็นนักล่าอย่างไร
เราไปค้นข้อมูลว่าบาเซนจิรูปร่างหน้าตาเป็นยังไง ฉากเกี่ยวกับแอฟริกาควรเป็นยังไง
แล้วภาพของอียิปต์ที่พระองค์ระบุไว้ว่าบาเซนจิหมอบอยู่แทบพระบาทฟาโรห์เป็นยังไง
ภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เลือกวาดแบบโปร่งใสนะคะ
ชัย : ที่จริงเราเริ่มเขียนด้วยดินสอเป็นรูปร่างหน้าตาพระองค์ท่านจนเหมือนก่อน
แล้วค่อยลบรายละเอียดออกทั้งหมด เอาแต่เส้น เพราะเราเชื่อคำท่านอาจารย์ประยูร
จรรยาวงษ์ ว่า การเขียนรูปในหลวงเป็นการ์ตูนเป็นสิ่งไม่บังควร เพราะการ์ตูนมีสถานะเป็นภาพล้อด้วย
พวกเราเลยเลือกใช้วิธีนี้
การลงสีเพื่อสร้างบรรยากาศภาพแต่ละภาพนี่พิจารณาจากอะไร
ชัย : เราจะตีความจากหนังสือว่าช่วงเวลานั้นๆ
ควรเป็นเช้า กลางวัน บ่าย หรือเย็น เพราะเราไม่สามารถไปทูลถามพระองค์ท่านตลอดเวลา
เช่น ภาพตอนต้นเรื่องที่พระองค์ท่านไปเปิดศูนย์แพทย์ ท่านไม่ได้บอกว่าเป็นเวลากี่โมง
เราก็มาตีความเองว่าน่าจะเป็นตอนเช้า ท้องฟ้าตอนเช้าก็ควรกระจ่างใส
สีเหลืองอมฟ้า ถ้าเป็นตอนเย็นท้องฟ้าจะออกสีแดงสีส้ม แต่ก็มีความยุ่งยาก
เพราะไล่สีแล้วหน้าต่อๆ ไปต้องให้ต่อเนื่องตามเวลาด้วย
พิษณุ : อย่างฉากที่วังไกลกังวล เราทราบข้อมูลว่า
พระองค์ท่านจะเสด็จฯลงมาพร้อมสุนัขประมาณบ่ายสอง ท้องฟ้าหรือบรรยากาศตอนนั้นก็เป็นอีกแบบ
ถ้ารู้ว่าฉากหนึ่งเป็นตอนเย็นภาพต่อๆ ไปก็ต้องต่อเนื่อง คือ ต้องเย็นลงๆ
ไปจนถึงพระอาทิตย์ตก
อ่านหนังสือเรื่องทองแดงกันสักกี่รอบคะ
ชัย : ผมว่าแต่ละคนอ่านไม่ต่ำกว่าสิบรอบนะ
รอบแรกๆ ต้องใช้จินตนาการสูง อ่านรอบหลังๆ เป็นเรื่องเก็บรายละเอียดทั้งอารมณ์
ทั้งสถานที่ ทั้งบรรยากาศ ระหว่างวาดก็ต้องอ่านทวนตลอด ต้องเปิดหน้าต่อไปด้วยว่าจะเป็นอะไรต่อ
อย่างลายหมานี่มีหมาลายจุด หมาสีดำ ฉากต่อไปก็ต้องมีเหมือนกัน บางทีหลุดผิดหมาผิดตัวก็ต้องแก้ใหม่
อีกอย่างคือ เวลาวาดรูป เรายังไม่เห็นตัวอักษร เลยต้องเปิดหนังสือคอยเทียบตลอด
พิษณุ : เราต้องคำนึงถึงจังหวะการวางตัวอักษรด้วย
เวลาวาดก็ต้องคิดเผื่อพื้นที่สำหรับตัวอักษร
แต่ละคนมีความถนัดทางด้านสีน้ำแตกต่างกัน
พอมาทำงานร่วมกันต้องปรับแค่ไหนคะ
โอม : ปกติผมทำหนังสือการ์ตูนสำหรับเด็ก
สีน้ำแบบเด็กอาจไม่ต้องเน้นรายละเอียดเยอะ เน้นสีสันสดใส หวานละมุน
แต่งานนี้จะครอบคลุมทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ผมจึงคงสีที่มีความสดใสอยู่
แต่ต้องอยู่ระหว่างกลางที่เด็กกับผู้ใหญ่ชอบด้วย
สละ : ปกติผมจะเขียนสีน้ำแบบละเอียด
จะเนี้ยบมาก พอมาทำงานร่วมกันต้องปรับตัวสูง ต้องทำให้ภาพรวมทั้งหมดกลมกลืนกัน
ไม่ใช่โดดเป็นสีแบบตัวเอง แต่แนวสีของผมก็จะออกหวานๆ ครับ
ชัย : ผมสะสมหนังสือสีน้ำเยอะนะ แต่นานๆ
จะเขียนที การให้สีของผมค่อนข้างเรียลลิสติก ต่างกับหมอ หมอค่อนข้างเล่นสโตรก
เล่นทีพู่กัน หมอเขาจะใจเย็นมาก รอจนสีรอบแรกแห้งแล้วก็ลงใหม่ ผมจะนึกข้อเท็จจริงรายละเอียดและค่อนข้างใจร้อน
เวลาเขียนกับหมอก็พยายามดูวิธีของเขา อย่างฟ้าของหมอจะเน้นสโตรก
แต่ผมจะมีสีหนึ่งเด่นไปเลย พอมาทำงานด้วยกันก็ต้องลดๆ แนวตัวเองเพื่อไม่ให้มันโดด
นี่ผมยังคิดว่าเสร็จงานนี้แล้วจะเริ่มเขียนสีน้ำจริงๆ จังๆ เสียที
หมอ : จะเอาจริงแล้วเหรอครับพี่ พี่เคยพูดกับผมอย่างนี้เมื่อ
8 ปีก่อน
ชัย : เป็นความจริงครั้งที่ 8 ไง
(ฮาครืน)
ช่วงท้ายหนังสือมีภาพขนมชื่อลูกทองแดงด้วย?
พิษณุ : เหมือนเป็นภาคผนวกน่ะ พระองค์ท่านรับสั่งให้มีเนื้อหาส่วนนี้ด้วย
มาจากพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เราเลยเพิ่มภาพขนมไทยตามชื่อลูกๆ
ทองแดงไปตามพระประสงค์ ภาพพวกนี้หมอเป็นคนเขียน
หมอ : ผมเขียนขนมไทยเป็นชิ้นแรกๆ
เลยครับ
ก็ต้องปิดท้ายความรู้สึกที่ได้ทำงานการ์ตูนเรื่องทองแดงนี้สักหน่อย
ชัย : ผมถือเป็นความภาคภูมิใจในชีวิต
เป็นมงคลแก่ชีวิต ผมมีโอกาสรับใช้เบื้องพระยุคลบาท 3 ครั้งแล้ว ครั้งแรกคือ
เป็นพระมหาชนกเล่มขาวดำ ต่อมาเป็นเล่มสี แล้วก็เล่มนี้ ผมคิดว่าสำหรับคนเขียนการ์ตูนผมได้มาถึงจุดสูงสุดในชีวิตผมแล้ว
และจะเป็นพลังทำให้สามารถทำงานอื่นๆ ต่อไปได้ เพราะงานนี้เป็นงานที่เหนื่อยมาก
ใช้เวลา 7-8 เดือน บางทีก็ล้า ผมจะล้ามากกว่าเพื่อน งานผมเยอะมาก
มาทำงานที่นี่อยู่ถึงค่ำก็ต้องขับรถเข้าโรงพิมพ์ไทยรัฐ ไปนั่งทำงานต่อถึงเที่ยงคืน
แล้วยังมีงานนอกที่เป็นจ๊อบเป็นเงินเป็นทอง อันนี้ก็ทิ้งไม่ได้ (ฮา)
อีกอย่างเล่มนี้เป็นเล่มที่สาม แรงผลักดันจะไม่มากเหมือนเล่มแรก
ถ้าไม่ใช่งานของพระเจ้าอยู่หัว ผมคงบายไปแล้ว ให้น้องๆ เขาทำดีกว่า
แต่นี่เป็นความภูมิใจส่วนตัว
หมอ : ผมรู้สึกเป็นเกียรติภูมิ ตอนทำแรกๆ
ผมไม่กล้า กลัวพลาด รู้สึกว่าตัวเองยังมือไม่ถึง พี่ชัยต้องเตือนตลอดว่าให้ทำอย่างที่เคยทำ
เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องเกร็ง พอมาหลังๆ เริ่มหายเกร็งก็มาเริ่มเหนื่อย
เพราะเวลาไล่มาแล้ว แต่ก็พยายาม งานนี้เหมือนเป็นโอกาสอีกครั้งในชีวิตที่ได้เข้ามาเรียนใหม่
ได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากพี่ๆ ทุกคน ได้รู้จักวิทยายุทธ์ เทคนิคต่างๆ
จากพี่ๆ ซึ่งผมก็พยายามขโมยเขามา (ฮา) พี่ชัยก็ยังสอนบ่อยๆ เรื่องการลงสี
บางทีแกรำคาญ ก็จะบอกว่าอะไรวะต้องให้คนจบบัญชีมาสอนคนเรียนศิลปะ
โอม : ตั้งแต่แรกที่พี่ชัยเรียกตัวให้มาช่วยงานนี้
ผมก็ดีใจ มานึกถึงวงการการ์ตูน เราคิดว่าเป็นเกียรติแก่วงการการ์ตูน
ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสนใจ และทรงให้โอกาสในการนำสื่อการ์ตูนมาเผยแพร่ความรู้แก่คนทั่วไป
ซึ่งหวังว่า วงการการ์ตูนบ้านเราจะนำโอกาสดีนี้สำหรับพัฒนาต่อๆ ไป
สละ : ผมก็รู้สึกไม่ต่างจากทุกคนครับ
เป็นเกียรติภูมิสูงสุดในชีวิต แล้วในแง่คนทำการ์ตูนก็เหมือนเป็นโอกาสดีที่การ์ตูนถูกเลือกเป็นสื่อในครั้งนี้
.........................................................................................
ท้องฟ้ายามพลบในฉากการ์ตูนเรื่องทองแดงถูกทาทาบด้วยสีแสดแซมม่วง
ขณะท้องฟ้ายามค่ำนอกสำนักงานชั่วคราวของเหล่าการ์ตูนนิสต์ชุด 'ถวายงาน'
ก็ไม่ต่างกัน แต่ห้วงเวลานี้สีในหัวใจของพวกเขากลับเจิดจ้า...และละมุนละไม
|