New Document





หัวข้อ : มช.ทําได้สําเร็จ ดอกเยอบีรา2 สี


ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายถิรพัฒน์ วิลัยทอง ศูนย์วิจัยนิวตรอนพลังงานสูง ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่า ขณะนี้ทีมวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำโดย รศ.ดร.สมบูรณ์ อนันตลาโภชัย ประสบความสำเร็จ ในการใช้เทคนิคลำไอออนมวลหนักพลังงานต่ำ หรืออะตอมของไนโตรเจนที่ปกติจะใช้ในงานโลหะ เพื่อทำให้เกิดสนิมยากยิงเข้าไปในเมล็ดพันธุ์ของดอกเยอบีรา จนทำให้เกิดเยอบีราสายพันธุ์ใหม่ 2 สีในดอกเดียวกันคือ สีแดงแซมสีเหลือง ต่างจากดอกเยอบีราทั่วไป ซึ่งจะมีสีเดียวโดดๆ อาทิ สีแดง สีเหลือง สีชมพู ฯลฯ ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกของโลก 

นายถิรพัฒน์กล่าวอีกว่า การพัฒนาเยอบีราสายพันธุ์ใหม่ เริ่มต้นเมื่อต้นปี 2550 หลังจากที่ทีมวิจัยได้ประสบความสำเร็จ ในการใช้ไอออนมวลหนัก ชักนำ ให้เกิดการกลายพันธุ์ในข้าวหอมมะลิ 105 ได้สายพันธุ์ใหม่ที่ไม่ไวแสง ออกรวงได้นอกฤดู มีทั้งพันธุ์ต้นสูงและพันธุ์เตี้ย และพันธุ์ข้าวหอมมะลิ ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ โดยที่เลือกดอกเยอบีรา เนื่องจากเป็นดอกไม้ที่มีเมล็ด

ทั้งนี้ขั้นตอนเริ่มต้นจากการเตรียมเมล็ดพันธุ์ดอกเยอบีรา ใส่ในหม้อสุญญากาศ จากนั้น จึงยิงไอออนมวลหนักพลังงานต่ำ หรืออะตอมของไนโตรเจน ซึ่งเป็นกระบวนการทางฟิสิกส์ ในการใช้ความร้อนผลักประจุลบออกจากโมเลกุลของอนุภาคของก๊าซไนโตรเจนและก๊าซอาร์กอน ให้เหลือเพียงประจุบวก จนกระทั่งได้เป็นลำไอออนที่อยู่ในท่อสนามไฟฟ้าที่มีความต่างศักย์สูง เข้าไปในเมล็ดพันธุ์ ก่อนที่จะนำเมล็ดพันธุ์ไปปลูกในแปลงเพาะ โดยใช้ระยะเวลาในการเจริญเติบโตของเมล็ดเยอบีราเป็นต้น และออกดอกประมาณ 2-3 เดือน ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ ได้เยอบีราสายพันธุ์ใหม่ 2 สีในดอกเดียวกัน คือ สีแดงแซมสีเหลือง  

“กระบวนการดังกล่าวไม่ได้เป็นการตัดต่อพันธุกรรม หรือจีเอ็มโอ ซึ่งหากทำจะสามารถเลือกสีของดอกเยอบีราได้ แต่กระบวนการยิงไอออนมวลหนักพลังงานต่ำ สีของดอกเยอบีราจะออกตามธรรมชาติ

และจากการตรวจสอบข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับดอกไม้ทั่วโลก ยังไม่พบว่า มีการคิดค้นหรือพัฒนาสายพันธุ์ดังกล่าว ดังนั้นการพัฒนาสายพันธุ์ดอกเยอบีราสองสีของไทยจึงเป็นดอกแรกของโลก และขณะนี้ได้ไปจดสิทธิบัตร เทคนิคการชักนำให้เกิดการพัฒนากลายพันธุ์ดอกเยอบีรา โดยไอออนมวลหนักพลังงานต่ำ ซึ่งคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้คิดค้นและผลิตขึ้นเอง ด้วยงบประมาณเพียง 5-6 ล้านบาท ไว้แล้ว ส่วนชื่อของดอกเยอบีราสองสี ยังไม่ได้คิดว่าจะตั้งชื่อว่าอะไร” นายถิรพัฒน์กล่าว

และว่า ทีมวิจัยจะปรับปรุงพันธุ์เยอบีราต่อไป โดยจะพัฒนาให้ได้หลายๆสีในดอกเดียวกัน   และจะเพาะให้ได้หลายๆดอกต่อไป นอกจากนี้จะใช้เทคนิคดังกล่าวปรับปรุงดอกกุหลาบ ทานตะวัน บานชื่น ให้ได้สายพันธุ์ใหม่ มีสีแตกต่างกันในดอกเดียวอีกด้วย

ที่มาจากหนังสือพิมพ์



โดย : BBug
วันที่ : 2007-07-12 08:46:07
 



::: แสดงความคิดเห็น :::

 
* ชื่อ
* รายละเอียด
emoticon
email



ความคิดเห็นที่ 7


ความคิดเห็นที่3จ๋า... มอเชิงดอยนี่หมายถึง ม.ราชมงคลฯ ที่ติดกับ มช. นะจ๊ะ ไม่ใช่หมายถึง มช. จ้า.... บอกไว้เผื่อเข้าใจผิดอ่ะนะ

โดย : oarniya วันที่ :2007-07-13 07:36:02



ความคิดเห็นที่ 6


วิดยา มช. ถิ่นเก่าเราเอง.. ภูมิใจ เฮอๆๆ

โดย : Amanda วันที่ :2007-07-12 22:15:42



ความคิดเห็นที่ 5


อิอิ...มอชอของนู๋

โดย : นู๋แนนมู๋น้อยสีชมพู วันที่ :2007-07-12 20:42:08



ความคิดเห็นที่ 4


เก่งจังเด็กมช. เนี่ย เราเด็กเทคโนฯ + ราดพัดงับ

โดย : jasminnie วันที่ :2007-07-12 17:17:44



ความคิดเห็นที่ 3


สู้ๆเค้านะพวกเราชาวมอเชิงดอย

โดย : วาดตะวัน วันที่ :2007-07-12 12:19:17



ความคิดเห็นที่ 2


ก็ดีนะ แปลกดี แต่ดอกทำไมมันหงิกอย่างงี้ง่ะ ไม่สวยเลย แถมที่มันแซมออกมาสีเหลือง ดูแล้วนึกถึงนกเอี้ยงที่มันมีหงอนสีเหลืองเลยอ่ะ อ่ะนะ พัฒนากันต่อไป อนาคต เราจะมีทุ่งทานตะวันสีรุ้งกัน คงจะงามมิใช่น้อย เหอะเหอะ

โดย : nntj วันที่ :2007-07-12 10:05:44



ความคิดเห็นที่ 1


ดีจัง ต่อไปคงจะมีดอกไม้สีแปลกๆๆ เยอะดีนะ ชอบๆๆๆ

โดย : น้องพั้นซ์ วันที่ :2007-07-12 08:58:40