หัวข้อ : แปลก! "ชิมแปนซี " เปิบดิน-สมุนไพรหวังพบ "ยารักษาโรค"

 

พืชสมุนไพรนั้นมีอยู่ทุกมุมโลก แต่ทีมของ ผศ.ซาบรีนา ครีฟ นักสัตววิทยาจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ไปปักหลักอยู่ที่อุทยานแห่งชาติคิบาเล ประเทศยูกันดา ศึกษาการเลือกกินสมุนไพรของฝูงชิมแปนซีราว 50 ตัว เพื่อที่วันหน้า อาจสกัดตัวยาใหม่ๆ จากสมุนไพรมารักษามนุษย์

การศึกษาของครีฟและคณะ นับเป็นการสังเกตพฤติกรรมลิงครั้งแรกของโลก ที่มีจุดมุ่งหมายในการหายาใหม่มารักษามนุษย์ ภายใต้กรอบวิทยาศาสตร์

1ครีฟพบว่า ชิมแปนซีกินทั้งดินและกินทั้งพืช อย่างใบของ "ต้น ทริชิเลีย รับเบสซี" ก็เป็นอาหารอย่างหนึ่งที่ชิมแปนซีชอบจากการนำตัวอย่างมาวิเคราะห์พบว่า เมื่อชิมแปนซีกินใบ "ทริชิเลีย รับเบสซี" เพียงอย่างเดียว ก็จะไม่เกิดคุณประ โยชน์ทางการแพทย์ใดๆ แต่เมื่อมันกินดินไปด้วยแล้ว กลับเกิดผลน่าพิศวง เพราะดินผสมกับ "ทริชิเลีย รับเบสซี" กลายเป็นยาต้านโรคมาลาเรีย

นานมาแล้วที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า สัตว์กินดินเมื่อมันเกิดความเครียดหรือขาด เกลือแร่ในร่างกาย แต่ผลการวิเคราะห์ของ ศ.ครีฟ เป็นหลักฐานแรกที่พบว่า เมื่อกินดินผสมกับอาหารอย่างอื่นแล้วทำให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ครีฟ ยังเปรียบเทียบดินที่ชิมแปนซีกับชาวบ้านท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ใกล้กับอุทยานคิบาเลกินเข้าไป โดยชาวบ้านกินเพื่อรักษาโรคท้องร่วง พบว่า ดินตัวอย่างที่ทั้งสองกลุ่มกินมีความคล้ายคลึงกันมาก รวมทั้งมีเกลือแร่ที่เรียกว่า "คาโอลิไนต์" มาก ซึ่ง "คาโอลิไนต์" นี้เป็นส่วนผสมหลักของยาแก้โรคท้องร่วงหลายตัว

ศ.จอห์น แคสนีน ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์ จากยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ มาเคเรเร่ ประเทศยูกันดา กล่าวว่า "เราต้องการเปรียบเทียบพืชที่ใช้โดยหมอยาแผนโบราณและสมุนไพรที่ลิงใช้ว่า พืชทั้งสองมีความสัมพันธ์ในการรักษาโรคเดียวกันหรือไม่ อย่างเจ้าลิงที่ชื่อโยกี้ที่ป่วยเพราะถูกพยาธิเล่นงานพบว่า มันกินใบไม้จากต้นอะเนลิม่า เอควิน็อกเทียลในตอนเช้า พอตกเย็นมันกินเปลือกต้นไม้จากต้นอัลบิเซีย แกรน ดิแบร็กเทียท่า ซึ่งต้นไม้ทั้งสองต้นใช้ในการรักษาโรคในชาวบ้านท้องถิ่นเช่นกัน และเมื่อนักวิทยาศาสตร์นำต้นไม้ไปตรวจสอบคุณสมบัติ พบว่าทั้งสองชนิดมีฤทธิ์ในการฆ่าพยาธิ" 

แคสนีนยังเล่าเพิ่มเติมว่า มีลิงเพศผู้อีกตัวดูท่าว่ามันไม่สบาย เพราะมันอ่อนระโหยโรยแรง เมื่อนักวิทยาศาสตร์เฝ้าสังเกตพบว่ามันกินแต่ใบ "ทริชิเลีย รับเบสซี" ทั้งวัน ภายหลังนักวิทยาศาสตร์นำ "ทริชิเลีย รับเบสซี" กลับมายังห้องทดลองและทำการแยกโมเลกุลพบว่าพืชชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการต้านโรคมาลาเรีย

ด้าน นายเดนนิส คาโมก้า นักพฤกษศาสตร์ ชาวยูกันดา ซึ่งทำหน้าที่เก็บรวบรวมตัวอย่างพืชสมุนไพรที่ฝูงชิมแปนซีกิน และจากนั้นนำมาวิเคราะห์ในห้องทดลองทั้งที่ยูกันดาและฝรั่ง เศส ยกย่องลิงชิมแปนซีว่า "สิ่งที่ผมประหลาดใจก็คือ ลิงเหล่านี้ไม่มีสารเคมี ไม่มีห้องแล็บ ที่จะมาทดลองว่า พืชชนิดนั้นชนิดนี้ใช้รักษาโรคอะไรบ้าง มันเพียงแค่เก็บและเอามากิน แค่นี้ก็หายป่วย ซึ่งพิสูจน์ได้ว่า ลิงมีความคิดคล้ายกับคนมาก นอกจากนี้ยู กันดาเป็นประเทศเดียวในแอฟริกาที่เป็นศูนย์กลางของพืชประจำท้องถิ่นถึง 8 ใน 16 ศูนย์กลางของพืชในทวีป จึงเหมาะที่จะเข้าทำการศึก ษาด้านพฤกษศาสตร์"

ครีฟ กล่าวทิ้งท้ายว่า การค้นพบนี้ช่วยยืนยันแนวความคิดที่ว่า การอนุรักษ์นั้นเป็นประโยชน์ทั้งต่อมนุษย์และสัตว์ และการช่วยเหลือลิงและผืนป่าให้ดำรงอยู่ต่อไปนั้นเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมนุษย์ด้วย

1พฤติกรรมกินดิน

พฤติกรรมการกินดินมีชื่อภาษาอังกฤษว่า "จีโอฟากี้" (Geofagy) โดยผู้กินมีความรู้สึกว่าต้อง การสารอาหาร เช่น "ซัลเฟอร์" และ "ฟอสฟอรัส" จากดิน ซึ่งเป็นพฤติกรรมคล้ายกับ "พิคา" (Pica) หรือผู้ที่มีความบกพร่องในการกิน ทำให้กินสิ่งของที่ไม่ใช่อาหาร"

ประโยชน์ในการกินดินนั้นยังเป็นที่ถกเถียงของเหล่านักวิทยาศาสตร์ บางกลุ่มเชื่อว่า กินดินมีแต่อันตราย แต่บางกลุ่มชี้ว่า การกินดินอาจมีประโยชน์เพราะทั้งมนุษย์และสัตว์ต่างกินดินมาหลายพันปีแล้ว

ฝ่ายที่เห็นว่ากินดินมีแต่อันตรายชี้ว่า ดินมีความสกปรก อย่างเด็กๆ ที่กินดินพบว่าเป็นพยาธิกันมาก ดินยังไปทำลายสารเคลือบฟัน เนื่องจากดินมีแบคทีเรีย

นอกจากนี้ ยังมีทฤษฎีด้านจิตเวชถึงการกินดิน โดยนักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจไปที่หญิงที่กำลังตั้งครรภ์รวมทั้งหญิงที่เพิ่งคลอดบุตรที่มีสภาวะทางจิตใจปรวนแปร ส่วนใหญ่เป็นผู้อยู่ในสังคมชนบท อย่างชาวแอฟริกัน อินเดีย เปรู หรือแม้แต่สหรัฐ หญิงตั้งครรภ์ให้เหตุผลว่า สาเหตุที่กินดินเพราะดินทำให้หายเวียนศีรษะ อาจเป็นเพราะว่า ดินสามารถดูดสารพิษและให้แคลเซียม แร่ธาตุสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของทารก อย่างไรก็ตาม ผู้กินดินมีทุกเพศ ทุกวัย ทุกชนชั้น ทุกสีผิว และยังพบว่า ผู้ที่กินดินมีความสัมพันธ์กับอารมณ์ผิดหวัง เครียด โดดเดี่ยวและคิดถึงบ้าน

นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่า นกก็กินดินด้วย อย่างนกแก้วพันธุ์เซาธ์แอฟริกัน นกค็อกคาทู (นกจำพวกนกแขกเต้าและนกกระตั้ว) ที่ปาปัวนิวกินี จากการนำดินมาวิเคราะห์พบว่า นกป่าชอบกินดินเหนียว เฉพาะอย่างยิ่งดินที่มีส่วนผสมของ "สเมกไทต์" และ "เบนโตไนต์"

"วัฒนธรรม" ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ "พฤติกรรมการกินดิน" เป็นที่ยอมรับของคนบางชาติและไม่เป็นที่ยอมรับของคนบางชาติ โดยเฉพาะวัฒนธรรมของชาวตะวันตกเห็นว่าดินเป็นสิ่งสกปรก มีเชื้อโรค ขณะที่วัฒนธรรมของผู้ที่ไม่ใช่ชาวตะวันตกเห็นว่าดินเป็นส่วนสำคัญของการเจริญเติบโต ดังนั้นดินจึงมีคุณประโยชน์ทางโภชนาการ และสามารถนำมาปรับเป็นอาหารเพื่อรักษาสุขภาพ

สำหรับชาวอเมริกันนั้นเห็นว่า การกินดินเป็นพฤติกรรมการกินที่บก พร่อง และเห็นว่าชนกลุ่มน้อยมักกินดิน เนื่องจากเป็นพฤติกรรมการกินของทาสแอฟริกันและสืบมาจนถึงลูกหลานชาวแอฟริกันอเมริกันในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมการกินดินของชาวอเมริกันลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม เห็นว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ศิวิไลซ์ เพราะผู้ที่กินคือผู้ที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้

ดร.โดนัลด์ อี. เวอร์เมียร์ และ ดร.เดนนิส เอ. เฟรต สองนักการศึกษาเชื่อว่า พฤติกรรมการกินดินในสหรัฐเกิดขึ้นเมื่อนำทาสมาจากแอฟริกาตะวันตก ช่วงเวลานั้นเรียกว่า "แคชีเซีย แอฟริกาน่า"(Cachexia Africana) เมื่อเหล่าทาสขาดสารอาหารจึงพยายามหาสิ่งทดแทนด้วยการกินดินที่มีวิตามินสูง เจ้าของทาสหลายรายเชื่อว่า การที่ทาสล้มป่วยเป็นเพราะการกินดิน จึงห้ามไม่ให้กินอีกต่อไป อย่างทางใต้ของสหรัฐมี "เครื่องล็อกปาก" เพื่อไม่ให้ทาสกินอาหารอื่นนอกจากอาหารที่เหมาะสม

ที่มาจากหนังสือพิมพ์



โดย : YayyYinG
วันที่ : 19 February 2008, 06:06
 



::: แสดงความคิดเห็น :::

 
* ชื่อ
* รายละเอียด
emoticon
email



ความคิดเห็นที่ 6




โดย : VaMpIrE_KiSs วันที่ :2008-02-20 11:13:28



ความคิดเห็นที่ 5


Thai massage by Charocha

ชโรชาแผนไทยโบราณ

นวดตัว นวดฝ่าเท้า

นวดอัมพฤก์ อัมพาต

และรับดูแลหลังคลอด

***ไว้ใจได้ 100%***

สนใจโทรจองคิว 086-7720963

 



โดย : Lovebrownny01 วันที่ :2008-02-20 09:51:05



ความคิดเห็นที่ 4


http://gun-pk.myminicity.com/

โดย : นาปาล์ม วันที่ :2008-02-20 07:23:09



ความคิดเห็นที่ 3


ผยวิธีลดน้ำหนักง่ายๆ ไม่กลับมาอ้วนอีก
ถ้าคุณคือหนึ่งในหลายหมื่นคนที่เคยใช้วิธีต่าง ๆแล้วไม่ได้ผล เช่น อดอาหาร ยาลดน้ำหนัก ฯลฯ  คลิ๊ก!!!!!
ไม่ต้องอดอาหาร ไม่ต้องนวด ไม่ต้องพัน

http://www.thaislimlikeme.com/250



โดย : kampong วันที่ :2008-02-19 19:30:12



ความคิดเห็นที่ 2


อาจจะกินได้ในบางพื้นที่นะ

แต่เมืองไทยเราคงไม่มีใครดินหรอกมั้งเนี้ย



โดย : Minning_ วันที่ :2008-02-19 13:44:34



ความคิดเห็นที่ 1




โดย : BlackRibbit วันที่ :2008-02-19 09:38:17