| หัวข้อ : พม่าตายแล้วแสนศพ-ปล่อยเน่าเกลื่อน! |
|

ทูตสหรัฐเข้าพบ "หมัก" ให้ช่วยประสานผู้นำพม่า ไฟเขียวเข้าช่วยเหลือเหยื่อไซโคลนนาร์กีส ระบุยอดตายถึงแสนศพแล้ว ไร้ที่อยู่อาศัยอีกนับล้าน สถานการณ์เลวร้ายลงทุกวัน "หมัก"ยกหูถึงนายกฯ พม่าทันที แต่ต่อไม่ติดเพราะระบบโทรศัพท์ล่ม ทูตสวีเดนกับแคนาดาก็ขอรัฐบาลไทย ช่วยเกลี้ยกล่อมทางการพม่าเช่นกัน ยูเอ็นโวยพม่าห้ามเครื่องบินเข้าไปช่วยผู้ประสบภัย ทั้งๆที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนหนัก แฉพม่าปล่อยศพกองเกลื่อนทุ่ง ไม่มีน้ำมันใช้เผาศพเพราะต้องเก็บไว้ใช้ประโยชน์อย่างอื่น เมื่อวันที่ 8 พ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าเหตุภัยพิบัติจากพายุไซโคลนนาร์กิสในพม่าว่า รัฐบาลและหน่วยงานนานาชาติที่ต้องการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพม่าเผชิญปัญหาขลุกขลักและท่าทีไม่แน่ชัดจากรัฐบาลทหารพม่าอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผู้ประสบภัยต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน หลังจากเจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐอเมริกาในพม่าประเมินว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจถึง 100,000 ราย จากยอดของทางการตอนนี้เสียชีวิต 22,980 ราย สูญหาย 42,119 ราย และไร้ที่อยู่ 1 ล้านคน รัฐบาลจีนและไทยพันธมิตรของพม่าต้องเกลี้ยกล่อมให้ทางการทหารพม่าเปิดประเทศรับความช่วยเหลือจากนานาชาติ รวมถึงชาติตะวันตกโดยเร็ว เอเอฟพีรายงานว่า เครื่องบินขนสิ่งบรรเทาทุกข์ลำแรกของสหประชาชาติเดินทางเจ้าไปถึงพม่าแล้ว แต่ลำอื่นๆ ยังเข้าไม่ได้ ต้องรอคำอนุมัติจากพม่าอยู่ที่สนามบินดูไบและธากา ขณะที่เสบียงอาหารต่างๆ จำนวน 22 ตันติดค้างอยู่ริมชายแดนไทย รอไฟเขียวจากทางการพม่า เช่นเดียวกับเครื่องบินซี-130 ของสหรัฐอเมริกาที่เดิมคิดว่าได้รับอนุมัติแล้ว แต่สุดท้ายยังเข้าพม่าไม่ได้ ท่ามกลางความสับสนของการสื่อสาร ส่วนข้อเสนอของสหรัฐและฝรั่งเศสที่จะส่งเรือจากกองทัพเรือเข้าไปช่วย ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ จากรัฐบาลทหารพม่าเช่นกัน ผู้ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลทหารพม่าแล้ว มีเพียงผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติของสมาชิก 4 ชาติเอเชียในสังกัดสหประชาชาติ ได้วีซ่าเข้าพม่าเป็นเวลา 6 วัน ส่วนรายที่ 5 ไม่ใช่ชาวเอเชียยังรอวีซ่าอยู่ แอนโธนี แบนบิวรี เจ้าหน้าที่โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า เครื่องบินจากไทยที่บรรทุกขนมปังกรอบให้พลังงานสูงจำนวน 7 ตันเดินทางเข้าไปพม่าแล้ว ส่วนอีก 2 ลำ บรรทุกสิ่งของพร้อมไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้คำสั่งอนุมัติ ตอนนี้กลายเป็นว่าอุปสรรคของความช่วยเหลือติดขัดอยู่ที่เรื่องการเมืองและระบบราชการ ทั้งที่มีคนรอความช่วยเหลืออยู่เป็นล้านคน ขาดแคลนน้ำและเสบียงอย่างรุนแรง หลังจากเวลาผ่านมา 6 วันแล้ว ขณะเดียวกัน สหประชาชาติอนุมัติเงินช่วยเหลือฉุกเฉินกับพม่าแล้ว 10 ล้านดอลลาร์ หรือราว 315 ล้านบาท และยูนิเซฟยังได้ขอระดมเงินช่วยเหลืออีก 8.2 ล้านดอลลาร์ เพื่อสมทบการบรรเทาทุกข์อย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะกับเด็กและสตรี ขณะเดียวกันยังขอให้ทางการพม่าอนุญาตทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านบรรเทาทุกข์ 100 คนเข้าไปช่วยประสานงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้เป็นระบบและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะนอกจากปัญหาเรื่องขออนุญาตเข้าเมืองแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องถนนหนทาง ขาดแคลนเรือที่จะเข้าไปถึงเขตพื้นที่ห่างไกลในภูมิภาคอิรวดี ชานธา โบลเมน โฆษกยูนิเซฟ กล่าวว่า พม่าต้องอาศัยคนที่ประสานงานได้ รู้ว่าจะต้องส่งอะไรไปส่วนไหน เพราะงานซับซ้อนและมีรายละเอียดสูง ยิ่งตอนนี้สถานการณ์น่าวิตกมาก ซากสัตว์และศพผู้เคราะห์ร้ายเริ่มเน่าเปื่อยในบริเวณที่ยังจมอยู่ใต้บาดาล กินพื้นที่กว่า 5,000 ตารางกิโลเมตร ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด ขณะที่เวลาสำหรับช่วยผู้รอดชีวิตก็เหลือน้อยลงทุกที เจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า หน่วยงานช่วยเหลือนานาชาติต่างหาอาสาสมัครที่เป็นคนเอเชีย เช่น ไทยและฟิลิปปินส์ เพราะมีแนวโน้มจะได้วีซ่ามากกว่าคนที่เป็นอังกฤษหรืออเมริกัน เอพีรายงานว่า โทรทัศน์ของทางการพม่าแพร่ภาพพล.ท.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีไปแจกจ่ายเสบียงให้ผู้ประสบภัยในแถบปากแม่น้ำอิรวดี แต่ไม่ได้ระบุวันที่ พร้อมกับรายงานว่า เรือรบของอินเดีย และเครื่องบินจากญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์ ลาว และบังกลาเทศ เดินทางมาส่งยา สิ่งของบรรเทาทุกข์ และอาหารแห้งให้กับพม่าแล้ว และขอให้ประชาชนอย่าเชื่อข่าวลือว่าจะมีพายุไซโคลนลูกที่ 2 ซัดเข้าพม่าอีก สำหรับสถานการณ์ในเขตภัยพิบัติ ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ที่หมู่บ้านกันยินโกนี ในเขตพื้นที่ห่างไกลที่ถูกคลื่นซัดราบเป็นหน้ากลอง มีศพชาวบ้านกองสูงอยู่ โดยผู้รอดชีวิตกล่าวว่า ยังเผาศพไม่ได้ เพราะไม่มีเชื้อเพลิง ชาวบ้านจำเป็นต้องเก็บน้ำมันไว้สำหรับเรือเพื่อออกไปหาน้ำดื่มในเมืองลาบุตตา สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือช่วยกันนำศพไปกองไว้รวมกันก่อน และยังมีศพและซากสัตว์อีกมากตลอดชายฝั่งติดแม่น้ำ ตอนนี้หลายคนท้องร่วงและบางส่วนยังบาดเจ็บ อาศัยกินยาพาราเซตามอลจากคนที่มีเหลืออยู่ ทินทิน วิน ครูในหมู่บ้าน กล่าวว่า ตนเองเสียลูกสาววัยทารกไปในช่วงพายุกระหน่ำ พยายามจะอุ้มไว้แล้ว แต่ช่วยไม่ได้ และไม่มีใครมาช่วยเลย ตอนนี้ทุกคนต้องช่วยตนเอง แต่ก็มีของประทังชีวิตเหลือไม่มากแล้ว หากยังไม่ได้รับความช่วยเหลือก็คงไม่รอด ส่วนในนครย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าของพม่า มีรายงานว่า หลายพื้นที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ บ้านของนาง ออง ซาน ซู จี ผู้นำประชาธิปไตย เสียหายเล็กน้อยบริเวณหลังคา และมีต้นไม้หักโค่นอยู่ ส่วนนางซู จีปลอดภัยดี ด้านสวนสัตว์ในกรุงย่างกุ้งแจ้งว่า ลิงที่หนีออกไป ช่วงพายุกลับมายังสวนสัตว์เองแล้ว ขณะที่สัตว์อันตรายอย่างเสือ สิงโต จระเข้ ยังอยู่ในสภาพดี เพราะเจ้าหน้าที่เก็บใส่กรงไว้ได้ทันก่อนพายุจะเข้า ขณะเดียวกัน บางกอกแอร์เวย์ เตรียมจัดส่งความช่วยเหลือชาวพม่าในรูปแบบของเครื่องอุปโภคบริโภคมูลค่า 1 แสนเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3 ล้านกว่าบาท อาทิ อาหารกระป๋อง ขนมปังกรอบ น้ำดื่ม ฯลฯ โดยจะจัดส่งอย่างต่อเนื่องด้วยเครื่องบินของบริษัท นอกจากนี้ยังตั้งศูนย์รับบริจาคที่สำนักงานใหญ่บางกอกแอร์เวย์ ถ.วิภาวดีรังสิต โทร. 0-2265-8743-45 ที่มาจากหนังสือพิมพ์ 
โดย : BBug
วันที่ : 9 May 2008, 11:27
|