หัวข้อ : วันวานแห่งวัยเยาว์ ..เรื่องเล่าจากมานะ มานี ปิติ ชูใจ..


"มานี มีตา อีกา มาดู รูปู..." อาจเป็นประโยคที่ผู้เคยร่ำเรียนจากหนังสือเรียนภาษาไทยระดับประถมศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในยุคก่อนเก่า ท่องจนจำกันขึ้นใจ แต่ถ้าเป็นเด็กยุคใหม่ อาจจะบอกว่าได้ยินประโยคดังกล่าวมาจากเพลงของวงดนตรีชื่อดังขวัญใจชาวนอกกระแส

แต่ไม่ว่าจะได้ยินมาจากที่ใด มานะ มานี ปิติ ชูใจ... และ อ.รัชนี ศรีไพวรรณ ผู้ประพันธ์ ก็ได้ก้าวเข้าสู่ ตำนาน ไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งเรื่องเล่าดังกล่าว ยังได้รับการถวิลหา จนคนยุค "มานี มีตา" และคนรุ่นหลังมีโอกาสได้สัมผัสวันวานแห่งเยาว์วัยอีกครั้ง กับหนังสือ "ทางช้างเผือก" โดยสำนักพิมพ์อะ บุ๊ค หลังจากเคยสร้างความประทับใจผ่านหน้านิตยสาร "อะเดย์" มาแล้ว ซึ่งเจ้าของบทประพันธ์บอกว่าสุดแสนจะเปรมปรีดา ที่มีโอกาสได้ใส่จินตนาการใหม่ๆ ให้กับตัวละครเก่าๆ อีกครั้งหนึ่ง

อ.รัชนี ในวัยใกล้เจ็ดทศวรรษ บอกเล่าในวันเปิดตัวหนังสือเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ร้านโอเพนนิ่ง ซูน ย่านสุขุมวิท ว่า กว่าจะสำเร็จเป็นแบบเรียนให้นักเรียนได้รู้จักกับตัวละครอย่าง มานะ มานี ปิติ ชูใจ สมคิด ดวงแก้ว เพชร จันทร ครูไพลิน เจ้าโต เจ้าแก่ สีเทา ฯลฯ ตลอดห้วงเวลาปี 2521-2537 เธอต้องใช้เวลาถึง 4 ปี ในการศึกษาค้นคว้าว่าจะทำอย่างไร ให้ภาษาไทยกลายสภาพจากยาขมหม้อใหญ่เป็นขนมหวานสำหรับเด็กๆ ภายใต้เกณฑ์การเรียนรู้ทางภาษาทั้งการฟัง พูด อ่าน เขียน ด้วยจำนวนคำ เริ่มตั้งแต่ชั้น ป.1 กำหนดคำไว้ 150 คำ ก่อนจะทวีมากขึ้นเป็นพันๆ คำ เมื่อเลื่อนชั้นปี

"ตอนที่เขียนเล่มนี้ เราต้องยึดหลักเกณฑ์ว่าให้เด็กได้ใช้ภาษาให้ถูกต้อง และต้องให้เด็กได้เรียนภาษาไทยด้วยความสุข สนุกสนาน และไม่เบื่อหน่าย เมื่อก่อนนี้เด็กจะไม่ชอบเรียนภาษาไทย เราจึงพยายามทำหนังสือเล่มนี้ให้เด็ก สนใจ โดยเอาวรรณคดีมาหลายเรื่องเลย ทั้งสังข์ทอง ขุนช้างขุนแผน พระอภัยมณี รามเกียรติ์" อาจารย์รำลึกความหลังอย่างอารมณ์ดี พร้อมบอกด้วยว่า "ความเป็นไทย" ถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่เธอต้องการสอดแทรก

อ.รัชนี ทบทวนเส้นทางก่อนเข้าสู่งานเขียนชิ้นนี้ว่า เมื่อจบโรงเรียนฝึกหัดครูสวนสุนันทาวิทยาลัย และโรงเรียนฝึกหัดครูมัธยมวังจันทรเกษมแล้ว ก็เริ่มอาชีพครูด้วยการสอนวิทยาศาสตร์ กระทั่งเมื่อเรียนต่อที่วิทยาลัยวิชาการศึกษา ถนนประสานมิตร จึงมีโอกาสได้สอนภาษาอังกฤษก่อนจะมาเป็นครูภาษาไทยเมื่อปี 2507 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ต้องย้ายโรงเรียนตามสามีอยู่บ่อยครั้ง จนเป็นการสั่งสมประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจสู่แบบเรียนชุดนี้

"สมัยก่อนครูเป็นอาชีพที่คนนับถือมาก เรียกว่าครูพูดอย่างไร ผู้ปกครองก็เชื่อ เด็กก็เชื่อ ด้วยความที่เราไม่ค่อยดุ พวกเด็กๆ ก็จะรัก ตอนเราอยู่บ้านพักครู เขาไปเอากล้วยไม้มาปลูกตั้งแต่โคนเสาถึงยอดเสา จนเมื่อเขาเลือกคนมาเขียนหนังสือเรียนภาษาไทยชุดนี้ เขาเลือกครูเพราะเห็นว่าครูรู้จักเด็กมาก อีกทั้งยังเขียนหนังสือเกี่ยวกับเด็กอยู่ตลอดเวลา ให้ทั้งกับกระทรวงศึกษาและคุรุสภา" อ.รัชนี เล่า

ด้วยตัวละครที่มีชีวิตชีวา ที่ อ.รัชนีหยิบบุคลิกของคนรอบข้างมาแต่งแต้มขึ้นเป็นละครตัวหนึ่งๆ และอาจไปตรงกับลักษณะของนักเรียนที่อ่าน ทำให้บทประพันธ์ยืนยงมาจนถึงปัจจุบัน ทว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปใต้กรอบของคณะกรรมการจากกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้อาจารย์รุ่นใหญ่ไม่ได้ใส่จินตนาการอย่างเต็มที่ กระทั่งมีโอกาสได้กลับมาเขียนอีกครั้งในทางช้างเผือก

"ท่านกรรมการใหญ่บอกว่า หนึ่งต้องให้ตัวละครเขาโตขึ้นมาด้วยกัน สองให้เป็นแบบอย่างของเด็ก ท่านไม่ให้มีตัวละครที่ไม่ดีเลย ครูเห็นอะไรแปลกๆ จากเด็กๆ แต่ว่าจะเขียนให้มันสนุกอย่างที่ครูไปเจอไม่ได้ ท่านกรรมการบอกว่าต้องเขียนให้อยู่ในกรอบนะ ต้องให้สนุกด้วย และไม่ออกนอกเรื่อง ถ้อยคำอะไรต่างๆ ก็ต้องอยู่ในกรอบด้วยเช่นกัน จนอะเดย์สัมภาษณ์ ติดต่อให้เขียนหน่อยว่า มานีโตขึ้นเขาเป็นอะไร ในเล่มใหม่จึงมีตัวละครไม่ดี แต่ภายหลังเขาก็ดีขึ้น"

อ.รัชนี ยกตัวอย่างด้วยว่า ในหนังสือ "ทางช้างเผือก" เธอเขียนให้ "วีระ" พี่ชายใจดีของน้องๆ อย่าง มานี ปิติ ชูใจ กลายเป็นคนขี้เหล้าเมายาเมื่อแต่งงานแล้ว เพราะนั่นเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกเริ่มที่เขียนบทประพันธ์ชุดนี้ทีเดียว

"ตอนนั้นมีความตั้งใจว่าจะเขียนไปถึงชั้นมัธยม แต่ว่ามันไม่ไหว สังขารไม่ให้ เรามีความพยายามจะให้เป็นแนวทางเป็นตัวอย่างสำหรับเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ ให้ทั้งแนวคิดในการดำเนินชีวิต ให้ทั้งแนวคิดในการเลือกคู่ครอง ให้ทั้งแนวคิดในเรื่องอะไรต่างๆ หลายอย่าง แต่ทำไม่ไหวมันแก่แล้ว"

จนมาถึงปี 2537 เวลาของแบบเรียนชุดนี้ก็หมดสิ้นลง อ.รัชนีให้เหตุผลว่า เพราะเนื้อหาในหนังสือเรียนไม่ทันยุคทันสมัย แม้เรื่องจะยังไม่เก่า แต่หนังสือเรียนก็ถูกมองว่าเก่าแล้ว ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามเงื่อนไขของยุคสมัย แต่อาจารย์ก็เผยความรู้สึกว่า ดีใจที่มีโอกาสได้เขียนเรื่องราวแบบอย่างที่ดีให้เด็กในยุคปัจจุบัน เรียกว่าวิญญาณแห่งความเป็นครูยังคงสอดแทรกอยู่ทุกลมหายใจ

แต่ถึงกระนั้น นอกเหนือจากงานคัดเลือกครูภาษาไทยระดับชาติ และงานเขียนหนังสือให้คุรุสภาที่อาจารย์ยังคง ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ การได้เป็นครูนักเขียน ก็ถือเป็นจุดมุ่งหมายที่ อ.รัชนี ถือว่าเป็นหลักชัยในชีวิต

"ครูอยากขอบคุณตั้งแต่เริ่มต้นที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นคนเขียนหนังสือเรียนภาษาไทยชุดนี้ เพราะมีคนอยากเขียนมากมาย ครูไม่คาดคิดว่าจะได้เขียน และต้องขอบคุณคุณโหน่ง (วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์) ที่ทำให้ครูได้มีหนังสือของตัวเองกับเขาเป็นครั้งแรก ขอบคุณคนอ่าน มานี มานะ ชูใจ ที่โตขึ้นมากับหนังสือเรียน"

"แม้มานะ มานี ยุคเก่าจะไม่ได้กลับมาตีพิมพ์อีกครั้ง แต่ครูเชื่อว่า มันไม่ได้หายไปไหน แต่อยู่ในใจของทุกคน" อาจารย์นักเขียนทิ้งท้ายอย่างเปี่ยมสุข

ที่มาจากหนังสือพิมพ์



โดย : BBug
วันที่ : 2005-01-07 08:51:49
 



::: แสดงความคิดเห็น :::

 
* ชื่อ
* รายละเอียด
emoticon
email



ความคิดเห็นที่ 2


มีครั้งนึงเจ้าโต อุตสาห์จะช่วยจับหนู ที่หนีเข้าไปในกระป๋องนมแต่ปากเจ้าโตดันเข้าไปติดในกระป๋องนม ดึงไม่ออก ร้องโหยหวล น่าสงสารมากเลย แถมยังโดนดุอีก อ่านแล้วสงสารมาก ๆ เลย



โดย : ซอนย่า วันที่ :2006-04-29 20:03:57



ความคิดเห็นที่ 1


::::.. ทดลองเรียน .... ฟรี ! ....  โรงเรียนเตรียมเศรษฐี ..::::
คอร์สพิเศษ  โรงเรียนเตรียมเศรษฐี  คุณจะได้เรียนรู้
วิธีการทำงานเพื่อหาเงินให้ได้หลักแสนต่อเดือน
ว่าจะต้องทำอย่างไร ( อายุ 18 ปี ขึ้นไป )

ทดลองเรียน....ฟรี !....    2  วัน

ดูวิดีโอบทสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ได้ที่เว็บไซต์
www.healthandrich.net ( หรือ copy ไปวางที่ช่อง Address แล้วกด Go  )



โดย : -- วันที่ :2006-03-24 18:46:14



ความคิดเห็นที่ 35


เราเรียนรุ่นสุดท้ายเหมือนกัน     ประทับใจจัง ถ้าใครอยากได้หนังสือแบบเรียนตอนประถมเก็บไว้ดูล่ะก็   ลองไปหาดูที่หอสมุดแห่งชาติดูสิ เราหาเจอ 4 เล่ม ไปซีล็อคมาไว้อ่านละกันนะ

โดย : kika วันที่ :2006-01-08 23:48:39



ความคิดเห็นที่ 34


เรียนรุ่นสุดท้ายเหมือนกัน ชอบมากเป็นแรงจูงใจให้อ่านหนังสือเลย  หามานาแล้ว อยากเก็บเอาไว้น่าเสียดายที่ตอนเด็กไม่รู้ค่าของหนังสือเลยไม่ได้เก็บไว้ มีขายที่ไหนช่วยบอกด้วยนะครับ ขอบพระคุณอย่างสูงทุกๆคน รวมทั้งผู้เขียนด้วยนะครับ

 



โดย : หน่อง วันที่ :2005-01-09 12:28:46



ความคิดเห็นที่ 33


ดีใจนะคะ ที่ได้เรียนเป็นรุ่นสุดท้าย จำได้เมื่อได้หนังสือมาตอนเลื่อนชั้น ตอนประถม จะชอบเอาหนังสือมาก่อนทั้งเล่ม ก่อนคุณครูจะสอน ชอบที่สุดคือเรื่องของ เพชร เด็กชายจนๆคนหนึ่งที่มีความกตัญญูและมานะอดทน แต่จำไม่ได้ว่าใครนะที่ใช้ฉมวกแทงงูเห่าหรือจงอางนี่แหละ น่าจะเป็นเพชรนะ ตอนที่แม่เค้าตายอ่านแล้วร้องไห้ตาม ถ้าใครจำได้นะคะ เรื่องราวของมานี มานะ ปิติ ชูใจ ดวงแก้ว ครูไพริน เกษตรอำเภอ เพชร วีระ ยังอยู่ในความทรงจำค่ะ

โดย : มีนา วันที่ :2005-01-08 11:53:59



ความคิดเห็นที่ 32


วันหนี่งมาแก่นอนแผ่ชูคอ เด็กสิบคนรอขอขี่ทุกวัน

บ้างว่าแก่ไปจะไม่ขี่มัน เก้าคนพากันอยู่บ้านพอใจ

 

 

มีเด็กหนึ่งคนซนจะขี่ม้า เอาไม้ตีขาให้พาวิ่งไว

ม้าล้มเด็กแย่ล้มแผ่ลงไป ม้าวิ่งไม่ได้ล้มทับเด็กซน

                              คิดถึงวันวานที่เคยเป็นเด็กประถม



โดย : เพื่อนมานี ชูใจ ดวงแก้ว สมคิด จันทร วันที่ :2005-01-08 11:29:16



ความคิดเห็นที่ 31


มีอันนี้ด้วยเปล่าครับ

ผู้กำกับ ขับเรือบิน หินลับมีด ขีดเส้นใต้.........



โดย : korn วันที่ :2005-01-08 09:26:22



ความคิดเห็นที่ 30


ดีใจจังที่ได้เรียนเป็นรุ่นสุดท้าย  สนุกดี นึกถึงแล้วทำให้รู้สึกว่าอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งนึง ไปเรียนกับ มานี มานะ ปิติ ชูใจ ประทับใจมาก ๆ เลยล่ะ.......



โดย : Pinkky วันที่ :2005-01-08 08:56:18



ความคิดเห็นที่ 29


ชอบมากเลยแหละ...ว้า....เสียดายจังที่หนังสือให้คนอื่นไปแล้ว....น่าเสียดายที่ไม่มีให้เรียนอีก  เป็นรุ่นสุดท้ายที่เรียนมานี...มานะ ..ชูใจ..ปิติ...เลยอ่ะ

โดย : fonnnn วันที่ :2005-01-08 06:27:56



ความคิดเห็นที่ 28


อยากอ่อานหนังสือมานี มานะมากเลยค่ะ เคยเอาของพี่มาอ่านตอนอยู่อนุบาล คิดว่าเดี๋ยวเราก็ขึ้นป.1แล้ว เดี๋ยวก็ได้เรียนเพราะเนื้อหาสนุกมากๆเลยค่ะ ชอบมากๆ แต่พอขึ้นป.1จริงๆ กลับเป็นรุ่นแรกที่เขาเปลี่ยนให้เรียน แก้ว กล้า แต่ก็ดีค่ะสนุกดี แต่ยังไงก็ยังอยากจะอ่านมานี มานะ เล่มเก่าๆอยู่ดีเหมือนนิยายเลย แต่เสียดายว่าพี่ไม่ได้เก็บไว้..เฮ้อ!แย่จัง



โดย : _น้ำว้า วันที่ :2005-01-08 05:13:42



ความคิดเห็นที่ 27


mee khum taam yaak ja taam ka.. keu waa nung seu lem nee.. kahw rean kun ton P. nai a ka?? noo leum aa... noo perng 15 aeng na nee leum la..55+

โดย : pink วันที่ :2005-01-08 05:08:17



ความคิดเห็นที่ 26


ho... pink kor keub leum pai laew na nee waa sa mai ton pen dek dek rean pra thom aa... reung SANOOK d .. na... kor Miss meun kun yaak klub pai aan ak krung.. tae mai mee ao kaas lei

โดย : pink วันที่ :2005-01-08 05:05:44



ความคิดเห็นที่ 25


ใช่แล้วค่ะทุกวันนี้หนูและเพื่อนๆๆทุกคนอ่ะยังนึกถึงตัวละครแต่ละตัวอย่างมิลืมเลยนะค่ะคิดถึงตัวละคนแต่ละตัวมากๆๆซึ่งเด็กๆๆตคอนนี้คงไม่ได้อ่านแล้วเสียดายมากๆๆ

โดย : มีนา วันที่ :2005-01-08 03:12:43



ความคิดเห็นที่ 24


มีความรู้สึกว่า เสมือน Harry Potter ไทยเลยก็ว่าได้

ตัวละครโตขึ้นตามอันดับ ทำให้เราอยากติดตาม ว่าพวกเค้าจะเป็นอย่างไร .......เสียดายอยู่ไกลไปหน่อย หาอ่านไม่ได้ ^O^

 



โดย : ingingly วันที่ :2005-01-08 03:12:06



ความคิดเห็นที่ 23


น่าจะทำเป็นละครทีวีไว้เตือนใจเด็กๆ ได้เน๊าะ ชอบอ่านมากยังจำได้เกือบทุกเรื่อง

มานี   มานะ  จะปะ กะทะ  มะระ  อะไร  จะไป จะดู  ชะนี  ดูใจ ไถนา

หาเหา  เอาใจ มีเงา  เสาโต



โดย : night08 วันที่ :2005-01-08 02:55:54



ความคิดเห็นที่ 22


หาซื้อหนังสือได้แล้วล่ะครับ ผมซื้อมาแล้ว ชื่อหนังสือ "ทางช้างเผือก (มานะ มานี ปิติ ชูใจ)" ร้านหนังสือใหญ่ๆน่าจะมีนะครับ เนื้อเรื่องเป็นแบบสมัยใหม่ แต่เค้าโครงก็ยังคล้ายๆ เนื้อหาในบทเรียน เช่น จันทรเป็นคนพิการ เพชรเป็นคนที่ช่วยจับคนร้าย ฯลฯ เรื่องใหม่นี้ดำเนินเรื่องตั้งแต่มานีและชูใจกำลังจะเข้า ป.1 จนถึงแต่งงาน ซึ่งเคยตีพิมพ์ลงในหนังสือ A-Day แล้ว น่าซื้อเก็บไว้ครับ ผมซื้อไว้ 9 เล่ม (เผื่อให้หลานๆ ได้อ่านมั่ง) เล่มละ 95 บาทเองครับ ขอบคุณ อ.รัชนี คุณวนิดา อ.โอม และสำนักพิมพ์ a book ด้วยที่นำเรื่องราวที่เราได้อ่านตั้งแต่เด็ก ๆ นำกลับมาได้อ่านอีกครั้ง ถึงแม้เนื้อเรื่องจะไม่เหมือนแบบเดิม แต่เราก็มีความสุขที่ได้อ่านเรื่องนี้ ขอบคุณมากครับ...

โดย : ป๊อป วันที่ :2005-01-08 12:04:17



ความคิดเห็นที่ 21


เป็นการนำมาสร้างเรื่องราวใหม่ ที่น่าสนใจมาก



โดย : konnok วันที่ :2005-01-08 06:58:45



ความคิดเห็นที่ 20


ผมก็ว่าน่าจะปัดฝุ่นเอามาให้เด็กรุ้นใหม่ได้เรียนกันนะคับ

โดย : เทวดาจากนรก วันที่ :2005-01-08 04:39:55



ความคิดเห็นที่ 19


อยากให้เอาหนังสือเรียนยุคนั้นมาตีพิมพ์หรือออกขายใหม่จัง

นึกๆแล้วยังเสียดายเลยที่ไม่ได้เก็บไว้ รุ่นหนูเกือบเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้อ่านเลยอ่ะ

---คิดถึงวันวานที่นั่งอ่านหนังสือเรียนภาษาไทยที่ระเบียงห้องเรียนจัง---



โดย : โดบิตะ วันที่ :2005-01-08 12:39:20



ความคิดเห็นที่ 18


น่าจะมีการรวมเป็นคอลเลคชั่นนะ อยากสะสมซะแล้วอะ

โดย : ภู วันที่ :2005-01-07 08:13:43



ความคิดเห็นที่ 17


เปงหนังสือเรียนที่อ่านแล้วสนุกแถมให้ข้อคิดด้วยนะ พอเหงรูปแล้วคิดถึงตอนเรียนจัง ขอให้อยู่ไปนานๆนะคับ



โดย : bombz2 วันที่ :2005-01-07 07:52:59



ความคิดเห็นที่ 16


ชอบมากกๆๆๆ อยากให้มีเรื่องต่อไปอีกอ่ะ

โดย : หะเน่มมม วันที่ :2005-01-07 07:49:31



ความคิดเห็นที่ 15


แฮ่

โดย : cherryomenes วันที่ :2005-01-07 06:53:28



ความคิดเห็นที่ 14


อืมๆๆ เราก็เรียนทันน๊า จำได้ว่ามีวีระ ด้วยนิ พอเราจบป .6 หลังจากนั้นก็ม่ะมีแระอ่ะ น่าเสียดายเนอะ เปงหนังสือเรียนที่ชอบอ่านมากที่สุดอ่ะ



โดย : hello_am_nut วันที่ :2005-01-07 06:43:34



ความคิดเห็นที่ 13


ตอนนั้นไม่ได้เก็บไว้เพราะไม่นึกว่ามันจะหายไปตอนนี้ยังเสียดาย อยากให้มีการ์ตูนหรือละครเด็กๆที่เกี่ยวข้องกับปิติ มานะ มานี ชูใจ เพราะชอบมาก ไม่อยากให้หายไปเลย

โดย : คนของเธอ วันที่ :2005-01-07 06:26:07



ความคิดเห็นที่ 12


เห็นแล้วขนลุกเพราะว่าจำได้ว่าชอบอ่านมาก ชอบภาพของความน่ารักจากมานี ปิติ ชูใจ และอยากมีบ้านแบบพวกเขา ตอนสมัยเด็กๆ ทำให้อยากเรียนภาษาไทย น่าเสียดายที่ไม่มีปิติ มานะ มานี ชูใจแล้วในปัจจุบัน

โดย : เขาหลัก วันที่ :2005-01-07 06:24:13



ความคิดเห็นที่ 11


เป็นหนังสือที่อ่านสนุกและมีสาระ ชอบมั๊กมาก เป็นรุ่นสุดท้ายที่เรียนด้วย พอขึ้นม.1ก็เลยงงว่า แล้วมานีหายไปไหน มันรู้สึกเหมือนกับว่า พวกเค้าเป็นเพื่อนเราจริงๆ มีชีวิตและตัวตน อยู่จริง



โดย : nrin วันที่ :2005-01-07 06:06:59



ความคิดเห็นที่ 10


เราก็ยังจำได้ เราท่องตอนนึงในหนังสือตอน ป.5 ,ป.6 ได้ ที่ว่า

...อยู่กับลูกทุกวันคืน  ลูกแสนระเริงรื่นแสนสุขล้ำฉ่ำหทัย

ครั้นแล้วอนิจจาแม่ต้องมาจากลูกไป  สู่แหล่งแห่งหนใดลูกสุดคิดจะติดตาม

เหมือนดังแสงเทียนดับ  แม่แลลับทุกโมงยาม  คิดไปใจลูกหวาม  แสนโศกเศร้าหงอยเหงาทรวง  ลูกยังมิเคยพบทุกข์กระทบที่ใหญ่หลวง  ทุกข์นี้.....

เราอ่านแล้วรู้สึกเศร้ามากๆ เลยล่ะเพื่อนๆ

 



โดย : lilolee วันที่ :2005-01-07 05:53:55



ความคิดเห็นที่ 9


ดีใจสุดๆ นั่นเป็นเรื่องที่ชอบที่สุดพอๆกับharry potter เลยนะนั่นตอนนี้ยังเก็บของป 4 ป5 ป6 ไว้อ่านตลอดไม่มีเบื่อ เนื้อหาในเรื่องดีมากๆ ทำให้เด็กคิดได้อย่างผู้ใหญ่แต่หนังสือเรียนเด็กทุกวันนี้เเด็กมากๆไม่ชอบไม่ค่อยทำให้คนอ่านมีความรู้สึกรักเพื่อนมนุษย์ มีจินตนาการ  มีกำลังใจสู้ชีวิตอย่างจันทร และเพื่อนคนอื่นๆ   อะไรเท่าใหร่เลย ตอนเรียนอ่านหนังสือของป.6จบตั้งแต่ตัวเองอยู่ป.3เพราะอยากรู้เรื่องราวต่อเนื่อง แทบไม่อยากขึ้นชั้นมัธยมเลยก็ไม่มีมานีชูใจนี่ บทเรื่องแม่ กับบทสุดท้ายน่ะอ่านทีไรร้องไห้ทุกทีแต่ก็ชอบมาก คิดถึงมาก ไม่นึกเลยจะได้กลับมาอ่านอีก ดีใจจริงๆ

โดย : kwan วันที่ :2005-01-07 08:59:03



ความคิดเห็นที่ 8


มานีกับมานะ   ต้มมะระ   ให้หมาแถะ

ปิตินั่งทำแช่ะ   เพราะมั่วแถะ   ต้มมะระ



โดย : หนอน วันที่ :2005-01-07 08:53:41



ความคิดเห็นที่ 7


ยังจำบทนี้ได้เลย

ถึงประจวบคีรีขันตะวันบ่าย พบน้องชาย ป้าสะใภ้ใจดีแสน ให้พักบ้านหลังใหญ่ไม่ขาดแคลน.............



โดย : toppic วันที่ :2005-01-07 07:27:40



ความคิดเห็นที่ 6


ชอบมากๆ  ชอบแบบเรียนมานีมานะ  อ่านหนังสือของเด็กๆตอนนี้รู้สึกแปลกๆ  ชอบแบบเก่ามากกว่า



โดย : sotan วันที่ :2005-01-07 06:57:20



ความคิดเห็นที่ 5


ซื้อมาอ่านแล้ว รุ้สึกว่าดีมากๆชอบด้วยมีภาคสองเปล่า

โดย : มลจัง วันที่ :2005-01-07 12:09:45



ความคิดเห็นที่ 4


มานี มีตา

โดย : นน วันที่ :2005-01-07 10:57:19



ความคิดเห็นที่ 3


ยังจำได้เลย  มานีมานะปิติวีระมานะชูใจ แต่มันทะแม่งๆอยู่นะ



โดย : อากิจัง วันที่ :2005-01-07 10:48:17



ความคิดเห็นที่ 2


ชอบมากเลย ยังจำได้เลยในบางตอน มานี มานะ จะ ปะ กะทะ มะระ อะไร จะไป จะดู ชะนี ดูใจ ไถนา หาเหา เห็นมะมันก็มีประโยชน์นะ อยากให้เอามาให้น้องๆเรียนอีกจัง

โดย : เอ้น่ารักมั๊กมาก วันที่ :2005-01-07 09:31:36



ความคิดเห็นที่ 1


ดีจังอยากอ่านมั่งจังชอบชอบคิดถึงมากมานีมานะชูใจวีระเพรช เจ้าจ๋อ เจ้าโต สีเทา

โดย : จ๋า วันที่ :2005-01-07 09:28:43