หัวข้อ : ทะเลใต้คลั่งจมเรือประมง -สูญหาย 3


เมื่อวันที่ 7 ม.ค. เกิดเหตุเรือประมงตังเกขนาดกลางจำนวน 3 ลำ เป็นเรือหาปลาของชาวประมงบ้านอ่าวมะนาว บ้านปูลากาปะ ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส มีลูกเรือกว่า 30 คน ถูกคลื่นในทะเลซัดถล่ม ขณะเรือกำลังแล่นเข้าปากอ่าว เพื่อเข้าสู่แม่น้ำบางนรา ทำให้เรือไม่สามารถทนคลื่นที่ซัดโถมเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง จนเรือประมงทั้ง 3 ลำอับปางและลูกเรือ ต่างกระโดดลงน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดว่ายน้ำลอยคอในทะเล แต่ด้วยความเร็วลมและคลื่นที่สูงทำให้ลูกเรือทั้งหมดถูกน้ำทะเลซัดไปคนละทิศทาง และไม่สามารถว่ายน้ำขึ้นฝั่งได้

ต่อมา พ.ต.ต.สาธร สุขส่ง สว.ส.รน.3 กก.7 ตำรวจน้ำ จ.นราธิวาส นำเรือตรวจการณ์ 528 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ เดินทางเข้าไปยังปากอ่าว พบลูกเรือกว่า 20 คนลอยคออยู่ในทะเล เจ้าหน้าที่จึงแล่นเรือออกจากปากอ่าวเข้าไปช่วยเหลือลูกเรือประมง ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบากและทุลักทุเล เนื่องจากคลื่นในทะเลมีกำลังแรง เจ้าหน้าที่ต้องใช้วิธีโยนห่วงยาง และดึงเชือก จึงสามารถช่วยเหลือได้ พบลูกเรือประมงบาดเจ็บ 5 คน จากการถูกท่อนไม้และโครงเรือกระแทก จึงส่งร.พ.นราธิวาสราชนครินทร์ ทราบต่อมาอีกว่าลูกเรืออีก 3 คนสูญหายไปในทะเล เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังออกค้นหา พร้อมทั้งลากซากเรือทั้ง 3 ลำที่อับปางกลับเข้าฝั่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุเรือประมงอับปาง เมื่อวันที่ 5 และ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา มีเรือประมงขนาดกลางในพื้นที่ อ.เมืองนราธิวาส จำนวนกว่า 40 ลำ ออกจับปลาในทะเลอ่าวไทยฝั่ง จ.นราธิวาส และเมื่อมีคลื่นสูงและลมในทะเลแรงจึงพากันกลับเข้าฝั่งประมาณ 30 ลำ แต่ขณะที่จะเข้าปากอ่าวถูกคลื่นซัดอับปาง 3 ลำ ส่วนเรือที่เหลือปลอดภัย และยังมีเรือประมงกว่า 10 ลำยังคงลอยลำอยู่ในทะเล และไม่กล้าเข้าฝั่ง โดยจะรอให้คลื่นในทะเลสงบเสียก่อน

วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนว่า ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนจะยังคงแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มีอุณหภูมิลดลงได้อีก 1-3 องศาเซลเซียส ส่งผลให้มีอากาศหนาวเย็นลงโดยทั่วไป และมีลมแรงหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศมาเลเซียตอนบน ต่อเนื่องกับภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคใต้ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานี ลงไปมีฝนตกหนักหลายพื้นที่

ขอให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขา และใกล้ทางน้ำไหลผ่านของพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณ จ.ตรัง จ.สตูล จ.สงขลา จ.พัทลุง จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลงไปถึง จ.นราธิวาส ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง และชาวเรือในอ่าวไทยควรระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย

ที่มาจากหนังสือพิมพ์



โดย : BBug
วันที่ : 2007-01-08 11:56:54
 



::: แสดงความคิดเห็น :::

 
* ชื่อ
* รายละเอียด
emoticon
email